เมื่อโลกเข้าสู่ยุคที่ภัยพิบัติทางธรรมชาติกลายเป็นตัวแปรสำคัญในโลกธุรกิจ ข่าวพายุถล่มอเมริกากลายเป็นเครื่องเตือนใจที่สำคัญสำหรับนักลงทุนทั่วโลก หากวันหนึ่งความสำเร็จของคุณต้องหยุดชะงักลงด้วยพายุเพียงลูกเดียว คุณจะมีการเตรียมความพร้อมรับมืออย่างไร?
วิเคราะห์ตัวเลขความสูญเสียทางเศรษฐกิจกว่า 3.4 หมื่นล้านบาทในเดือนเดียว
จากสถิติความเสียหายที่เกิดขึ้นจริงในสหรัฐอเมริกาช่วงเดือนที่ผ่านมา เกิดความเสียหายทางเศรษฐกิจคิดเป็นเงินไทยประมาณ 34,000 ล้านบาท ความเสียหายนี้เป็นเพียงส่วนหนึ่งของความสูญเสียทั้งหมดที่เกิดขึ้นจริง
- การเพิ่มขึ้นอย่างผิดปกติของจำนวนพายุหมุนในพื้นที่อเมริกา
- ความรุนแรงของพายุที่ถล่มต่อเนื่องใน 23 รัฐทั่วประเทศ
- ภัยจากลูกเห็บที่ทำลายล้างทรัพย์สินในย่านประชากรหนาแน่น
บทเรียนแรกสำหรับผู้ประกอบการ: การบริหารความเสี่ยงคือหัวใจของการอยู่รอด
ในอดีตนั้นผู้ประกอบการหลายคนอาจมองว่าการทำประกันภัยคือภาระค่าใช้จ่าย ค่าเบี้ยประกันที่จ่ายไปคือการซื้อโอกาสในการเริ่มต้นใหม่เมื่อเกิดวิกฤต หากปราศจากความคุ้มครองที่เพียงพอ กิจการเหล่านั้นอาจต้องปิดตัวลงถาวรโดยไม่มีโอกาสแก้ตัว
หากนับรวมความเสียหายทั้งหมดตั้งแต่เริ่มปีจนถึงปัจจุบัน ธุรกิจไทยจึงต้องเร่งปรับตัวเพื่อรับมือกับความผันผวนของสภาพอากาศที่รุนแรงขึ้น
มองหาโอกาสในวิกฤต: ช่องว่างระหว่างความเสียหายจริงกับเงินประกัน
ความแตกต่างระหว่างมูลค่าความสูญเสียจริงกับเงินที่ประกันครอบคลุมกำลังขยายตัว ผู้ที่สามารถแก้ปัญหาความไม่แน่นอนนี้ได้ย่อมเป็นผู้ชนะในตลาด ความต้องการบริการที่ช่วยลดความเสี่ยงหรือฟื้นฟูกิจการหลังน้ำท่วมพุ่งสูงขึ้นเสมอ
- บริการที่ปรึกษาด้านการจัดการความเสี่ยงสำหรับ SMEs
- แอปพลิเคชันแจ้งเตือนภัยที่เชื่อมต่อกับระบบประกันภัยแบบ Micro-Insurance
- การนำเทคโนโลยีวัสดุศาสตร์มาใช้เพื่อลดค่าซ่อมแซมในอนาคต
โลกใบเดิมที่เราเคยรู้จักกำลังเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็วและการยึดติดกับวิธีการเดิมอาจไม่ใช่ทางเลือกที่ดีนัก ผู้ที่รอดชีวิตและเติบโตได้ในอนาคตคือผู้ที่รู้จักวางแผนและบริหารความเสี่ยงอย่างมืออาชีพ วางแผนการเงิน แต่มาจากความเข้าใจในกฎกติกาใหม่ของโลกที่มีความเสี่ยงเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวัน`